การผลิตต้นพันธุ์กระชายดำด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

โดย อาจารย์อภิชาติ ชิดบุรี



ปัจจุบันพืชในกลุ่มของกระชายมีปริมาณความต้องการเป็นวัตถุดิบของสมุนไพรแห้งประมาณ 20 ต้นต่อปี ราคากิโลกรัมละ 35 บาท นอกจากนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีการสั่งซื้อเป็นกลุ่มยาแผนปัจจุบันที่มี  ศักยภาพในการพัฒนาสมุนไพรขึ้นทดแทนในกลุ่มยาที่รักษาโรคในช่องปาก ซึ่งมีมูลค่าการสั่งซื้อของ  โรงพยาบาล 14.382 ล้านบาท ส่วนร้านขายยา  58.726 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวม  73.108 ล้านบาท กระชายดำเป็นพืชสมุนไพรในกลุ่มของกระชายที่มีความต้องการนำมาเป็นสมุนไพรมากขึ้นและหายาก  ทำให้ความต้องการเหง้าสำหรับการผลิตยาสมุนไพรมากตามไปด้วย  การผลิตเหง้าจึงไม่เพียงพอกับความต้อง ซึ่งปกติพืชกลุ่มกระชายสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการแยกเหง้า หรือหน่อ มักพบปัญหาเกี่ยวกับการเกิด  โรคหัวเน่า นอกจากนี้การปลูกสามารถทำได้เพียงปีละครั้ง  ทำให้การเพิ่มปริมาณเหง้าไม่ทันกับความต้องการของตลาดผลิตสมุนไพร  ด้วยเหตุนี้จึงได้ทำการเพิ่มปริมาณต้นโดยการขยายพันธุ์วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อให้ได้ต้นกล้าในปริมาณมากในเวลาที่รวดเร็วและทันต่อความต้องการของตลาดต่อไป

กระชายดำ (Boesenbergia  pandurata Holtt.) เป็นประเภทเดียวกับกระชายเหลืองที่นำมาใช้ปรุงอาหาร นอกจากนี้ยังมีกระชายแดง  สรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง  แก้ใจสั่นหวิว  ขับปัสสาวะพิการ  แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดมวนในท้อง  ท้องเดิน ให้ใช้หัวหรือเหง้าปิ้งไฟให้สุกกับน้ำปูนใส  ถ้าเป็นโรคที่เกี่ยวกับกามตายด้านหรือบำรุงกำหนัด  ใช้เหง้าของกระชายดำดอง หรือแช่กับเหล้ากิน โดยกระชายในหนังสืออักขราภิธานศัพท์ของหมอบรัดเด พ.ศ. 2416 ได้เขียนว่า “ ผักอย่างหนึ่ง ต้นแดง สูงเท่าศอก มีหัวอยู่ใต้ดิน กลิ่นหอมแกงกินดี ทำยาก็ได้ ” คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า พืชกลุ่มกระชายเป็นผักและสมุนไพร ด้วยลักษณะรากคล้ายโสมและเชื่อว่ามีสรรพคุณคล้ายโสมช่วยบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จึงได้    สมญานามว่า “ โสมไทย ”

ลักษณะทั่วไป 

ต้น เป็นพรรณไม้ล้มลุก  ลำต้นมีความสูงประมาณ 90 ซม. ส่วนกลางของลำต้นเป็นแกนแข็ง มีกาบหรือโคนใบหุ้ม (รูปที่ 1)

ใบ  มีกลิ่นหอม  ก้านใบแทงขึ้นจากหัวในดิน ออกเป็นรัศมีติดผิว  ขนาดใบกว้าง 7 - 9 ซม.  ยาว 30 - 35 ซม.

ดอก   มีสีม่วงแดง ดอกออกเป็นช่อ กลีบรองกลีบดอกเชื่อมติดกัน  มีรูปลักษณะเป็นท่อ มีขน  โคนเชื่อมติดกันเป็นท่อยาว เกสรตัวผู้เหมือนกับกลีบดอก  อับเรณูอยู่ใกล้ปลาย ท่อเกสรตัวเมียมีขนาดยาว เล็ก ยอดของเป็นรูปปากแตร เกลี้ยงไม่มีขน (รูปที่ 2)

เหง้า  มีลักษณะเป็นหัวใต้ดินคล้ายพวกขิง ข่า  มีสีม่วงเข้มหรือสีดำ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเนื้อเหง้าด้านใน (รูปที่ 3) 

รูปที่ 1   ส่วนของต้นและใบ

รูปที่ 2 ลักษณะของดอก

 

รูปที่ 3 เหง้าหรือหัวของกระชายดำ

 

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์  รากเหง้า หรือหัวที่อยู่ในดิน

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของกระชายดำ 

ทำการเพาะชำเหง้าของกระชายดำในวัสดุชำ  ได้แก่ ทราย และขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1 : 1  เพื่อให้เกิดหน่อใหม่ หลังจากนั้นนำหน่อใหม่ที่งอกออกมา  โดยมีขนาดประมาณ 2  x 6 ซม. จึงนำหน่อใหม่ที่ได้มาทำการฟอกฆ่าเชื้อที่ผิวด้วยคลอร็อกซ์  ความเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ นาน  10 นาที หลังจากนั้นล้างด้วยน้ำกลั่นที่นึ่งฆ่าเชื้อ จำนวน 3 ครั้ง โดยทำในตู้ปลอดเชื้อ  แล้วทำการตัดเนื้อเยื่อกระชายดำโดยใช้ส่วนของปลายยอด (Shoot tip)  ให้มีขนาดประมาณ 0.5 x 0.5 ซม. นำไปเลี้ยงบนอาหารสูตร MS(1962)ที่เติม BA ความเข้มข้น 2 มก/ล. นาน 3 สัปดาห์  หลังจากนั้นปลายยอดเกิดการพัฒนาเป็นยอด (Shootlet)  แล้วนำส่วนของต้นมาขยายเพื่อเพิ่มจำนวนต้นโดยนำไปเลี้ยงในอาหารเหลว MS(1962) ที่เติม BA ความเข้มข้น 2 มก/ล. นาน 3 สัปดาห์  เกิดเป็นยอดเล็กจำนวนมาก เมื่อยอดที่เลี้ยงมีขนาดความสูงประมาณ 3 - 4 ซม. นำไปกระตุ้นให้ออกรากในอาหารสูตรMS(1962)ที่ไม่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช  นาน 3 สัปดาห์ แล้วจึงนำย้ายออกปลูกในถุงพลาสติกขนาด  3 x 7  นิ้ว โดยใช้วัสดุปลูก ได้แก่ ทราย ขี้เถ้าแกลบ และขุยมะพร้าว อัตราส่วน  1: 1 : 1  หลังจากนั้นนำไปเลี้ยงในเรือนเพาะชำ นาน  4 สัปดาห์ ต้นกล้าสูงประมาณ 10 ซม.

นอกจากนี้ทางสถาบันวิจัยฯ ลำปาง ได้กำลังดำเนินการศึกษาวิจัยและขยายเพิ่มจำนวนหัวพันธุ์เพื่อการผลิตหัวหรือเหง้าพันธุ์ปลอดเชื้อในภายโรงเรือนพลาสติกที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมด้วยคอมพิวเตอร์

 

   

รูปที่ 4 ลักษณะของหน่ออ่อนที่นำมาใช้เลี้ยง

รูปที่ 5 ต้นที่เกิดเมื่อเลี้ยงบนอาหารสูตร MS(1962)

รูปที่ 6  ยอดเมื่อขยายเพิ่มจำนวนเมื่อเลี้ยงบนอาหารสูตร MS(1962) ที่เติม   BA ความเข้มข้น 2 มก/ล. ประมาณ 3 สัปดาห์

รูปที่ 7 ต้นกระชายดำเมื่อกระตุ้นให้เกิดรากเมื่อเลี้ยงบนอาหารสูตร MS(1962)  ประมาณ 3 สัปดาห์

 

รูปที่ 8 ต้นกล้ากระชายดำหลังจากย้ายปลูกในวัสดุปลูกได้ 3 สัปดาห์

เอกสารอ้างอิง

สมบูรณ์ ลิ้มประเสริฐ. 2541. ผักพื้นบ้านและสมุนไพรกับการพัฒนาสู่เศรษฐกิจชุมชน. หน้า 29 - 55. ใน สรุปผลการประชุมสัมมนาผักพื้นบ้านอาหารธรรมชาติอีสานและสมุนไพรไทย  ครั้งที่ 3 25 - 28 พฤศจิกายน 2541 ณ สถาบันวิจัยและฝึกอบรมรการเกษตรสกลนคร, สกลนคร.

สถาบันวิจัยโภชนาการ และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย. 2541. มหัศจรรย์ผัก. คบไฟ, กรุงเทพฯ. 412 หน้า.

อภิชาติ  ชิดบุรี. 2543. ผลของระดับความเข้มข้น BA ที่มีต่อการเพิ่มจำนวนต้นกระชายดำในสภาพปลอดเชื้อ. (กำลังรอการเผยแพร่ในวารสารเกษตรของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.)